Skip to Content

Friday, November 16th, 2018
คอนเซ็ปต์ใหม่ iPhone 9 และ iPhone 9 Plus

คอนเซ็ปต์ใหม่ iPhone 9 และ iPhone 9 Plus

Closed

วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2561 เพียงแค่ต้นปีเท่านั้น แต่ Concept Creator จาก Youtube Channel ชื่อดังประจำโลกออนไลน์ โดยมีชื่อมาจากการที่ชอบออกแบบภาพคอนเซ็ปต์ของโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ ก่อนที่มันเปิดตัว และล่าสุดนี่เองที่ได้มีการปล่อยคลิปวิดีโอคอนเซ็ปต์ของ iPhone 9 กับ iPhone 9 Plus จนสร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโซเซี่ยว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้มาด้วยดีไซน์ภายนอก ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ iPhone รุ่นปัจจุบัน หากแต่ทางผู้ออกแบบก็ได้ทำการใส่ไอเดีย ในการลบแถบเสาอากาศบริเวณด้านหลังออก ทำให้ออกมาตัวบอดี้ดูสวยเรียบกว่าเดิม ในส่วนของทางด้านสเปคก็สร้างสรรค์มาจากจินตนาการอันสุดบรรเจิด ให้มาพร้อมหน้าจอปราศจากขอบ , กระจกมีความโค้ง 2.5D, CPU A12 Bionic แบบ 64-bit Quad-Core, RAM 6GB LPDDR4, หน้าจอขนาด 6 นิ้ว QHD+ สำหรับรุ่น Plus, หน้าจอ 5 นิ้วแบบ Full HD สำหรับรุ่นธรรมดา, รองรับ Face ID, Touch ID, กล้องหลังคู่ในแนวตั้งพร้อมกันสั่น OIS ทั้ง 2 เลนส์ ทั้งรุ่น iPhone 9 และiPhone 9 Plus, มาพร้อมไฟแฟลชขนาดใหญ่จำนวน 4 ดวง  และหน่วยความจำ 128GB/256GB ตามลำดับ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

เมื่อเจาะลึกในส่วนของรายละเอียดเข้าไปอีก คุณจะพบว่าการออกแบบโดยรวมของคอนเซ็ปต์ iPhone 9 กับ iPhone 9 Plus ในครั้งนี้ เป็นการควบรวมระหว่างดีไซน์ของ iPhone 8 กับ iPhone X จากหน้าจอแบบ Full Screen พร้อมแสดงผลเต็มจอแบบ iPhone X บริเวณด้านบนยังมีรอยบากเช่นเดิม หากแต่ปรับดีไซน์ใหม่ให้เกิดความโค้งมนมากยิ่งขึ้น ที่ด้านล่างเป็นปุ่ม Home โดยฝังให้เป็นเนื้อเดียวกับหน้าจอแสดงผล

iPhone9

ส่วนบริเวณหลังของตัวเครื่อง iPhone 9 นั้น จะเป็นกล้องเดี่ยวซึ่งมาพร้อมไฟแฟลชแบบ Quad-LED ส่วนของ iPhone 9 Plus เป็นกล้องคู่แนวตั้ง ซึ่งมีลักษณะราบเรียบไปกับตัวเครื่อง ไม่นูนขึ้นมาเหมือน iPhone X รุ่นปัจจุบัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับไฟแฟลชแบบ Quad-LED เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามนี่คือข้อมูลที่ได้มาจากคอนเซ็ปต์เท่านั้น ไม่ได้เป็นการแง้มข้อมูลเท็จจริงแต่อย่างใด เมื่อแฟนๆของ iPhone ได้ชมข้อมูลเหล่านี้ก็ต่างช่วยกันลุ้นว่ามันจะออกมาดีอย่างที่หวัง ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ก็มีรายงานล่าสุดเกี่ยวกับ iPhone 9, Xs และ Xs Plus คือ มีความน่าจะเป็นสูงในการที่จะใช้ชิปโมเด็มจาก Intel โดยให้การสนับสนุนการเชื่อมต่อแบบ Gigabit LTE พร้อมทั้งรองรับ 2 ซิมการ์ดแบบ Dual Standby เนื่องจาก 2 ซิม เป็นที่นิยมในตลาดเอเชียมากอีกทั้งยังมีการคาดการณ์กันว่าชิปโมเด็มจาก Intel ซึ่งกำลังจะนำมาใช้กับ iPhone รุ่นใหม่นี้ ยังไม่สามารถสนับสนุนเทคโนโลยี 5G ได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้สร้างผลกระทบอะไรมากนัก เนื่องจากผู้ให้บริการทางด้านเครือข่ายโทรศัพท์ของสหรัฐอเมริกา จะพร้อมให้บริการ 5G ได้อย่างเร็วที่สุด คือปี 2019 นู่น

Previous
Next